ปรับแก้หลักเกณฑ์โยกย้ายครู


เมื่อ [2013-08-22 16:40:30]
วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2556 เวลา 14:00 น.

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวระหว่างการประชุมสัมมนา คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.ส่วนราชการ ที่ รร.อิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค ว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญ  และเป็นองค์กรหนึ่งที่ดูแลเขตพื้นที่ โดยไม่ให้หน่วยงานจากส่วนกลางดูแลทั้งหมด ซึ่งแนวความคิดการปฎิรูปโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ที่ผ่านมาก็ต้องการให้เขตพื้นที่มีบทบาทในการจัดการศึกษา และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่เองก็มีบทบาทการบริหารงานบุคลากรเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้มีการปรับปรุงคือ การส่งเสริมพัฒนาองค์ความรู้ของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ จะต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองในการยกระดับขีดความสามารถ รวมถึงการจัดหางบประมาณเพื่อทำให้เกิดคุณภาพการทำงานดีขึ้น 

นอกเหนือจากประเด็นเหล่านี้แล้ว อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่จะต้องทำให้การบริหารงานบุคคลเชื่อมกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเขตพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาครูกระจุกตัวอยู่ในโรงเรียนขนาดใหญ่ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กอยู่ในภาวะขาดแคลนครูอย่างหนัก โดยเฉพาะครูวิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ  ขณะเดียวกันครูที่มีอยู่ส่วนใหญ่จะสอนไม่ตรงกับวิชาที่ตนเองจบการศึกษามา ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนครูให้มากขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงอยากให้มีการเกลี่ยครูจากโรงเรียนที่มีครูเกินไปในโรงเรียนที่มีครูขาด

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้หลักเกณฑ์การโยกย้ายของ อ.ก.ค.ศ.ในปัจุบันยังไม่เปิดช่องให้ ศธ.เข้าไปบริหารจัดการครูได้อย่างเต็มที่ เพราะหลักเกณฑ์การโยกย้ายนั้นมีรายละเอียดต่างๆ เช่น การโยกย้ายจะต้องเป็นไปตามความสมัครใจของครู  ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วครูที่เกินอยู่ในโรงเรียนขนาดใหญ่ก็จะไม่มีใครมาสมัคร ใจย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น หรือหลักเกณฑ์การย้ายให้ครูกลับภูมิลำเนานั้นบางครั้งเป็นการส่งครูกลับบ้านจริง แต่ไม่ได้พิจารณาว่าครูคนนั้นได้กลับไปสอนตรงตามวิชาเอกหรือไม่  เป็นต้น  ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งแต่ไปซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนครู 

ดังนั้นการบริหารงานบุคคลที่ไม่มีประสิทธิภาพจึงทำให้เกิดปัญหาการกระจุกตัวของครู ในโรงเรียนใหญ่ สร้างความไม่เท่าเทียมกันระหว่งโรงเรียนเล็กและโรงเรียนใหญ่ และเมื่อโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ในภาวะขาดแคลนครูก็ไม่ต้องหวังว่าการพัฒนาคุณภาพการเรียนการเรียนการสอนในวิชาต่างๆจะประสบความสำเร็จ  ซึ่งอยากให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ได้รวบรวมปัญหาทั้งหมดว่า หลักเกณฑ์ใดบ้างที่ติดขัดไม่สามารถกระจายครูได้อย่างทั่วถึง เพื่อเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปรับแก้หลักเกณฑ์ดังกล่าว

"ผมเห็นว่าการแก้ปัญหาครูเกินและครูขาดคือ การตัดโอนอัตรากำลังจากโรงเรียนที่มีครูเกินไปยังโรงเรียนที่มีครูขาด ซึ่งจะเป็นการบังคับโดยอัตโนมัติให้ครูต้องย้ายตามอัตราไปในโรงเรียนที่ขาดครู   ขณะเดียวกันจะให้ ก.ค.ศ.ไปศึกษาหลักเกณฑ์การโยกย้ายภาพรวมทั้งหมดด้วย ซึ่งผมเห็นว่า หลักเกณฑ์การโยกย้ายไม่ควรคำนึงถึงความสมัครใจ และดูแลให้ครูที่อยู่ภูมิลำเนาได้ย้ายกลับบ้าน แต่สิ่งที่ถูกต้องสำหรับการโยกย้ายนั้นจะต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ในการจัดการศึกษา ความเท่าเทียมระหว่างโรงเรียน ความเป็นธรรม และการส่งเสริมให้ครูมีโอกาสพัฒนาตนเองด้วย” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ที่มา:http://www.dailynews.co.th/education/227650